ผลของโปรแกรมการสนทนาและใหคำปรกษาเพอสรางแรงจงใจตอแรงจงใจในการดแลตนเอง พฤตกรรมการดแลตนเองและอตราการกรองของไตใน ผปวยโรคไตเรอรง
Bibliographic record
Abstract
บทนำ: โรคไตเรื้อรังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลกและมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี การสนทนาและ ให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่มีรายงานว่าเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมให้ผู้ป่วย โรคไตเรื้อรังมีความเข้าใจวิธีการดูแลตนเองที่ดีขึ้นและปรับลดพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อชะลอหรือป้องกันการเสื่อม ของไตของผู้ป่วย วัตถุประสงค์การวิจัย: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสนทนาและให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ ต่อแรงจูงใจในการดูแลตนเอง พฤติกรรมการดูแลตนเองและอัตราการกรองของไตในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง การออกแบบวิจัย: การวิจัยแบบกึ่งทดลองชนิดสองกลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3 – 4 ที่มารับบริการในคลินิกชะลอไตเสื่อม โรงพยาบาลระดับทุติยภูมิแห่งหนึ่งในจังหวัดนราธิวาส จำนวน 60 ราย คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์ คัดเข้า และแบ่งเข้ากลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 รายเท่ากัน กลุ่มทดลองได้รับการดูแลตามปกติ และโปรแกรมการสนทนาและให้คำปรึกษาเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ มีกิจกรรมทั้งหมด 8 ครั้ง ติดตามต่อเนื่อง 20 สัปดาห์ กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลแบบปกติ เก็บข้อมูลก่อนและหลังการทดลองโดยใช้แบบวัดแรงจูงใจ ในการดูแลตนเอง แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเอง และแบบบันทึกอัตราการกรองของไต ทดสอบ ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดแรงจูงใจในการดูแลตนเองด้วยวิธีการวัดซ้ำได้เท่ากับ .97 และค่าสัมประสิทธิ์ อัลฟาครอนบาร์คของแบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเองเท่ากับ .75 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การทดสอบไคสแควร์ Wilcoxon Signed Ranks test และ Mann-Whitney U test ผลการศึกษา: ผู้เข้าร่วมการศึกษาส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุเพศชายที่มีแรงจูงใจในตนเองและพฤติกรรม การดูแลตนเองในระดับต่ำ ภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรมการสนทนาและให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจในการ ดูแลตนเองเป็นเวลา 20 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีคะแนนแรงจูงใจในการดูแลตนเอง พฤติกรรมการดูแลตนเอง และอัตราการกรองของไตมากกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (z=-4.487, p<.001; z=-4.547, p<.001; z=-2.725, p=.006 ตามลำดับ) นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มควบคุมมีคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเอง และอัตราการกรองของไตลดลงต่ำกว่าก่อนการทดลอง เมื่อเปรียบเทียบผลต่างของระหว่างกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม พบว่า ผลต่างของคะแนนแรงจูงใจในการดูแลตนเอง พฤติกรรมการดูแลตนเอง และอัตรา การกรองของไตแตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (z=-2.221, p=.026; z=-3.432, p<.001; z=-4.531 p<.001 ตามลำดับ) สรุปได้ว่าโปรแกรมการสนทนาและให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ มีผลในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อแรงจูงใจในการดูแลตนเอง พฤติกรรมการดูแลตนเองและ อัตราการกรองของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 ข้อเสนอแนะ: พยาบาลและทีมสุขภาพสามารถนำโปรแกรมการสนทนาและให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ ไปประยุกต์ในการสร้างเสริมแรงจูงใจในการดูแลตนเองและพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 ในโรงพยาบาลที่มีลักษณะคล้ายกลุ่มตัวอย่างและประเมินติดตามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจช่วยชะลอความเสื่อมของโรคได้
Fetched live from OpenAlex and de-inverted. Abstracts are not stored in this database: the inverted indexes are 8.6 GB of the frame’s 9.3 GB of text, and the host has 13 GB free.
How this classification was reachedexpand
Full frame machine prediction
Teacher imitationNot calibrated prevalence, not ground truth. Human validation pending. The Gemma side is a direct model label for every work in the frame, read from the title-only record. The Codex side is a classifier learned from the 10,348 direct Codex labels and calibrated to design-weighted sample rates; fields without enough sample support carry no Codex call. Candidate is the union of the two sides; consensus is their intersection. These outputs are machine_predicted_unvalidated and are not human labels.
Distilled classifier scores by category (both heads)
| Category | Codex | Gemma |
|---|---|---|
| Metaresearch | 0.003 | 0.011 |
| Meta-epidemiology (narrow) | 0.000 | 0.000 |
| Meta-epidemiology (broad) | 0.000 | 0.001 |
| Bibliometrics | 0.001 | 0.001 |
| Science and technology studies | 0.003 | 0.003 |
| Scholarly communication | 0.006 | 0.004 |
| Open science | 0.001 | 0.003 |
| Research integrity | 0.001 | 0.002 |
| Insufficient payload (model declined to judge) | 0.101 | 0.034 |
Machine scores (provisional)
The two teacher heads of the student model, read on this work. A score orders the frame for review; it never asserts a category, and the validation status ships verbatim with every row.
Baseline scores from an immature model (maturity gate not passed, 7 training rounds). Scores rank; they never assert a category.
score_only:v0-immature-baseline · verbatim from the scoring run: score_only means the number may rank works, and no category label ships from itClassification
machine, unvalidatedMachine predicted; a candidate call from one source (direct Gemma or distilled Codex), not a consensus.
How this classification was reached, model by model and score by score, is at the end of the page under "How this classification was reached".